จะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านให้มากขึ้นได้อย่างไร
- เผยแพร่เมื่อ
- •อ่าน 1 นาที
พูดกันตามตรง การบริหารธุรกิจเป็นงานที่หนักหนาสาหัส ระหว่างการจัดการกับซัพพลายเออร์ ตารางงานของพนักงาน และงานจิป���ถะอื่นๆ อีกนับพันในแต่ละวัน ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่ายๆ และเมื่อมีการแจ้งเตือนรีวิวออนไลน์ใหม่เข้ามา ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นก็มักจะเป็นแบบเดิมๆ คือ ตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า "ขอบคุณครับ/ค่ะ!" สำหรับความคิดเห็นดีๆ และทำเป็นมองไม่เห็นความคิดเห็นแย่ๆ เพราะไม่มีเวลาหรือพลังงานจะไปจัดการ
แต่ถ้าผมจะบอกคุณว่าในรีวิวเหล่านั้นมีขุมทรัพย์ข้อมูลที่สามารถเปลี่ยนแปลงธุรกิจของคุณได้อย่างแท้จริงซ่อนอยู่ล่ะ? ผมไม่ได้พูดถึงแค่การทำให้คะแนนดาวของคุณดูดีขึ้นเท่านั้น แต่ผมกำลังพูดถึงข้อมูลเชิงลึกที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ชาญฉลาดขึ้น ลูกค้าที่มีความสุขมากขึ้น และแน่นอนว่า ผลกำไรที่ดีขึ้นด้วย
ลูกค้าของคุณคือที่ปรึกษาที่ดีที่สุด – และพวกเขาทำงานให้ฟรี
ลองคิดดูสิครับ คุณอาจต้องเสียเงินมหาศาลจ้างที่ปรึกษามาบอกว่าลูกค้าของคุณต้องการอะไร หรือคุณอาจจะแค่รับฟังสิ่งที่พวกเขาพูดกับคุณอยู่แล้วก็ได้ ทุกๆ รีวิว ไม่ว่าจะดีเลิศหรือเลวร้าย ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง มันคือความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่เมนูใหม่ของคุณไปจนถึงความสะอ��ดของห้องน้ำ
แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การอ่านรีวิวทีละอัน แต่อยู่ที่การมองเห็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ มีพนักงานคนไหนถูกพูดถึงบ่อยๆ หรือไม่ (ในทางที่ดีหรือไม่ดี)? มีการร้องเรียนซ้ำๆ เกี่ยวกับเวลารอคิวในคืนวันเสาร์หรือไม่? เค้ก "ขึ้นชื่อ" ของคุณเป็นที่นิยมจริงๆ อย่างที่คุณคิดหรือเปล่า? นี่คือแนวโน้มที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นหากคุณตอบสนองต่อความคิดเห็นเป็นรายๆ ไป
แล้วจะวิเคราะห์ข้อมูลพวกนี้ได้อย่างไร?
ไม่ต้องกังวลครับ คุณไม่จำเป็นต้องมีปริญญาด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ขั้นตอนแรกคือการเปลี่ยนความคิดของคุณเสียใหม่ คือเลิกมองรีวิวเป็นแค่คำชมหรือคำบ่น แต่ให้เริ่มมองว่ามันคือสิ่งที่เป็นจริงๆ นั่นคือ "ข้อมูลอันมีค่า"
นี่คือวิธีง่ายๆ ในการเริ่มต้น:
- จัดหมวดหมู่ความคิดเห็น: แบ่งรีวิวออกเป็นหมวดหมู่กว้างๆ สำหรับร้านอาหาร อาจจะเป็น ‘คุณภาพอาหาร’, ‘บริการ’, ‘บรรยากาศ’ และ ‘ราคา’ สำหรับร้านค้า อาจจะเป็น ‘ประเภทสินค้า’, ‘การช่วยเหลือของพนักงาน’ และ ‘การจัดร้าน’
- มองหาคีย์เวิร์ด: คำไหนที่ปรากฏขึ้นซ้ำๆ? ถ้าคุณอ่านเจอคำว่า "สด", "อร่อย" และ "ทำเอง" ในรีวิวดีๆ อยู่บ่อยๆ คุณก็รู้ได้เลยว่าห้องครัวของคุณทำได้ดีแล้ว ในทางกลับกัน ถ้าคำว่า "หยาบคาย", "ช้า" หรือ "ไม่ใส่ใจ" ปรากฏในความคิดเห็นแย่ๆ บ่อยๆ นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่ามีปัญหาด้านบริการ
- เชื่อมโยงจุดต่างๆ: ตรงนี้แหละครับที่เรื่องราวน่าสนใจขึ้น คุณสังเกตไหมว่ารีวิวแย่ๆ เกี่ยวกับบริการมักจะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์? นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือปัญหาเรื่องพนักงาน หรือบางทีคำชมเกี่ยวกับสินค้าบางอย่างอาจจะลดลงหลังจากที่คุณเปลี่ยนซัพพลายเออร์? ใช่เลยครับ
จากข้อมูลเชิงล��กสู่การลงมือทำ
การระบุแนวโน้มเป็นเรื่องหนึ่ง การลงมือทำตามนั้นคือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง
- เสริมสร้างจุดแข็งของคุณ: ถ้าลูกค้าชื่นชมความเป็นมิตรของพนักงานที่ชื่อ "สมศรี" ของคุณ ก็เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นหัวหน้าทีมสิครับ นำเสนอเธอบนโซเชียลมีเดียของคุณ จุดแข็งของคุณคือการตลาดที่ดีที่สุด
- แก้ไขจุดอ่อน: ถ้าลูกค้าหลายคนบ่นว่าขั้นตอนการจองออนไลน์ยุ่งยาก ก็ถึงเวลาที่จะทำให้มันง่ายขึ้นแล้วครับ นั่นคืออุปสรรคที่อาจทำให้คุณเสียลูกค้าไป
- ฝึกอบรมทีมของคุณ: แบ่งปันความคิดเห็นกับพนักงานของคุณ เป้าหมายไม่ใช่การกล่าวโทษ แต่คือการเรียนรู้ร่วมกัน ทีมที่เข้าใจว่าลูกค้ากำลังประสบกับอะไรคือทีมที่สามารถสร้างความแตกต่างได้
ปัญหาเรื่องเวลาและทรัพยากร
ทั้งหมดนี้ฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ใครจะมีเวลามานั่งไล่อ่านรีวิวหลายร้อยรายการบน Google, Wongnai และแพลตฟอร์มอื่นๆ ด้วยตัวเอง? ตรงนี้แหละครับที่เทคโนโลยีสามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณได้
ลองจินตนาการถึงระบบที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณตอบกลับรีวิวได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ แต่ยังวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ให้คุณโดยอัต��นมัติอีกด้วย แดชบอร์ดที่แสดงให้คุณเห็นได้อย่างรวดเร็วว่า 75% ของความคิดเห็นดีๆ เกี่ยวกับคุณภาพสินค้า แต่ 50% ของความคิดเห็นแย่ๆ เกี่ยวกับเวลาในการจัดส่ง นั่นแหละครับคือการควบคุม
ตรงนี้แหละครับที่บริการอย่าง Reavue เข้ามามีบทบาท เราเป็นที่รู้จักในด้านการช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สร้างคำตอบที่สมบูรณ์แบบและฟังดูเป็นธรรมชาติสำหรับรีวิว (แม้กระทั่งทำโดยอัตโนมัติทั้งหมดหากคุณต้องการ) แต่พลังที่แท้จริงของเราอยู่ที่การจัดระเบียบกระแสความคิดเห็นที่วุ่นวายนี้ ด้วยระบบที่จัดการงานที่น่าเบื่อแทน���ุณ คุณจึงมีอิสระที่จะมุ่งเน้นไปที่ภาพรวม นั่นคือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างแท้จริง
และเนื่องจากเราเชื่อว่าคุณควรจ่ายเฉพาะสิ่งที่คุณใช้จริงเท่านั้น Reavue จึงทำงานในรูปแบบ "pay-as-you-go" (จ่ายตามการใช้งาน) ไม่มีค่าบริการรายเดือนที่แพง มีแต่การจัดการรีวิวที่ง่ายและมีประสิทธิภาพซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุน
ดังนั้น ครั้งต่อไปที่คุณได้รับรีวิว อย่ามองว่ามันเป็นภาระที่น่าเบื่อ ให้มองว่ามันเป็นคำปรึกษาทางธุรกิจฟรีๆ ลูกค้าของคุณกำลังชี้ทางให้คุณอยู่ คุณพร้อมที่จะรับ���ังหรือยังครับ?